Review HiFiMAN RE-400 หูฟัง Audiophile ในราคาย่อมเยา

หลังจากที่ผมใช้ Zero Audio Carbo Tenore มาตั้งแต่ต้นปี มันก็ดันเกิดอาการแปลกๆ (ซะงั้น) ก็เลยนำไปร้านๆนึงที่โลโก้สีเหลือง-ดำ เพื่อเคลม แต่ผ่านไปเดือนกว่าเกือบสองเดือนก็ยังไม่มีวี่แวว แม้ว่าทางร้านจะมีนโยบายเมื่อเกิน 1 เดือนแล้วของที่เคลมยังไม่ได้จะให้ตัวใหม่ แต่ของขาดตลาด ดังนั้นทางร้านจึงเสนอว่าจะให้อัพเกรดได้ แล้วเพิ่มส่วนต่าง ซึ่งก็เป็นข้อเสนอที่ดี ผมจึงรับไว้

หลังจากนั้นก็ให้พี่ที่ร้านสาขาพาราไดซ์แนะนำหูฟังให้หน่อย ที่เพิ่มเงินไม่เกิน 1,500 บาท (+กับ 1,990 ที่เป็นราคาหูฟังเดิม) ก็ลองหลายตัวเช่น Marshall, RHA, Visang, TTPOD, JBL ฯลฯ จนสุดท้ายผมขี้เกียจบวกกับแบตโทรศัพท์หมด! ก็เลยคิดว่า "เอาวะ RE-400 ก็ได้(ซะงั้น)" ก็วิ่งไปกดเงินจ่ายเงินตามระเบียบ ในใจพลางคิดว่าสุดท้ายก็ต้องกับมาใช้หูฟังตัวนี้สินะ ...

แต่ก่อนเมื่อสองปีที่แล้ว ผมเคยรีวิวหูฟังตัวนี้อยู่ แต่ก็นะ มันหายไปแล้ว :( อย่างไรก็ช่าง เริ่มแกะกล่องกันก่อนเลยครับ

Unbox HiFiMAN RE-400 "Waterline"

ตอนแรกที่ซื้อมากล่องก็มาเป็นแบบนี้ครับ รูปร่างแตกต่างจากเมื่อสองปีที่แล้วนิดหน่อยเรื่องฟ้อนต์ แต่กล่อง ขนาดยังเท่าเดิมครับ

เปิดกล่องมาเจอกับถุงซิบที่ข้างในมีกล่องใส่หูฟังพกพา และตัวกล่องจริงๆของหูฟังครับ

แกะถุงซิบออกมาครับ และนี่คือของข้างใน

ของที่แถมมาให้ทั้งหมดครับ มีตั้งแต่กล่องใส่หูฟัง จุกยาง 14 คู่ (+2 ที่ใส่ไว้กับหูฟัง = 16 คู่) คู่มือ คลิปหนีบ และ filter กรองฝุ่นไว้เปลี่ยนที่ตัวหูฟังครับ

ปล.เดี๋ยวนี้ไม่มี comply แถมมาให้แล้ว T_T

สายหูฟังจะมีอยู่สองส่วนหลักๆคือ 1.ส่วนที่เป็นสายถัก ตั้งแต่แจ็กหูฟังถึงตัวแยกสาย 2.สายที่ทำจากวัสดุคล้ายยาง สูญญากาศ ตั้งแต่ตัวแยกถึงตัวหูฟังครับ

แจ็กแบบตัว L ขนาด 3.5 ครับ

ตัวหูฟังทำจากอะลูมิเนียมครับ มีขนาดเล็กมากๆ ใส่ไว้ในหูแล้วเหมือนไม่ได้ใส่หูฟังอยู่เลย

Specification

Frequency Response : 15~22 KHZ
Sensitivity : 102dB
Impedance : 32 Ohms
Cable Length : 1.33m
Plug : 3.5mm

Impression

ขอเริ่มจากตัวหูฟังก่อนนะครับ ตัวหูฟังนั้นเบามากๆ บอดี้ทำออกมาอย่างประณีตและวัสดุที่ใช้นั้นเป็นวัสดุที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน เมื่อใส่เข้าไปในหูแล้วสบาย บางครั้งก็เผลอหลับไปพร้อมกับใส่หูฟังไว้เช่นกัน แต่จากประสบการณ์การใช้ตัวก่อนๆพบว่าใช้ไปสักพักตัวหุ้มสายตรงบอดี้ (ที่หนาออกมา และสกรีน L, R ไว้) จะชอบหลุดออกมา และทำให้ฉนวนหุ้มข้างในขาดได้ จึงไม่ควรเก็บใส่กระเป๋ากางเกงโดยไม่ใส่กล่องไว้

ยังไม่ได้เบิร์น หลังจากฟังพบว่าโดยรวมเสียงของเจ้าตัวนี้จะมีความเป็น audiophile สูงมาก ไม่มีการปรุงแต่ง โดยที่เสียงกลางของเจ้าตัวนี้โดนเด่น ทำได้ดีมาก เสตจกว้าง ปลายแหลมเนียน(จนบางครั้งคิดว่าเนียนเกินไป) มิติที่ชัดเจน รายละเอียดมาครบ โดยจุดด้อยของตัวนี้อาจจะเป็นเสียงทุ้มที่ค่อนข้างมีน้อย แต่ทดแทนด้วยรายละเอียดที่มาก ไม่ได้หายไปเลย ส่วนตัวคิดว่า overall มากๆ เหมาะมากสำหรับเพลงร้อง แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบเบสสักเท่าไหร่นัก

Pros-Cons

Pros

  • ราคาไม่แพงมาก (2,990)
  • ให้เสียงที่ดีมาก ทั้งในด้านของมิติ เสตจ รายละเอียด
  • Bundle ที่ให้มามีเยอะดี
  • คุณภาพของตัวหูฟังที่ทำออกมาอย่างปราณีต

Cons

  • เบสน้อยไปหน่อย
  • ปลายแหลมเนียนเกินไปหน่อย

ราคา 2,990 หาซื้อได้ที่ร้านหูฟังโลโก้สีเหลือง-ดำ ใกล้บ้านท่านครับ

Share this: