/ # Experience / 4 min read

Reading hadn't been exhausting, but now it is

เมื่อผมยังอายุหกปี แม่(คนเก่า)ของผมได้บังคับให้อ่านหนังสือหนึ่งเล่ม ความทรงจำมันเริ่มเลือนลาง ผมจึงจำไม่ได้ว่าหนังสือชื่ออะไร แต่มีสิ่งที่ทำให้ผมแน่ใจว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแน่นอน คือการที่แม่คนนั้นของผมบังคับให้ผมพูดสิ่งที่กำลังอ่านออกมา ไม่ยอมให้อ่านในใจ

มันเป็นประสบการณ์ที่แย่มากในการเริ่มอ่านหนังสือครั้งยังเป็นเด็ก

สองปีผ่านไป ผมอยู่ดีๆ เกิดสนใจวิทยาศาสตร์ หลังจากพ่อแม่ได้หย่ากัน (พวกเขาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันหรอกนะครับ) และย้ายมากรุงเทพอันเป็นสถานที่เกิด พ่อของผมในวันหยุดได้พาไปท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ และมันน่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับเด็กที่ได้เห็นดวงดาวนับไม่ถ้วนและของเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย

ที่นั่นมีร้านขายของเล่นและพ็อกเก็ตบุ๊ก และแน่นอนว่าเด็กๆ อย่างผมเมื่อมีของมาล่อใจ ก็ต้องขอซื้อบางอย่าง พ่อของผมจึงได้ซื้อหนังสือสี่เล่มและรูบิก หนึ่งในนั้นคือหนังสือประมาณ 250 หน้าเกี่ยวกับความรู้ต่างๆ ในประเทศไทย เล่มอื่นๆ เป็นพวก Pop-sci และประวัตินักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ผมได้อ่านหนังสือพวกนี้จนจบภายในสองวัน

ผมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยสมาธิและความใคร่รู้

หนึ่งปีผ่านไป ผมสมัครบัญชี MSN เป็นครั้งแรก ตามด้วยไฮไฟฟ์และเฟซบุ๊กตามลำดับ Talesrunner เป็นเกมออนไลน์แรกที่ผมเล่น มันถูกดาวน์โหลดในขณะที่ผมออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อน

ผมเริ่มที่จะท่องไปในโหนดที่เชื่อมต่อกันทั่วโลก เมื่อกลับถึงบ้านหลังจากการเรียนที่เหน็ดเหนื่อย ผมเปิดคอมพิวเตอร์โดยทันที พ่นคำหยาบคายหาเพื่อนผ่าน MSN และอีกอย่างที่ขาดไปไม่ได้เลย เป็นงานอดิเรกของผมในวัยนั้นคือปากดีใส่คนในเกม Talesrunner

กระนั้นผมก็ยังไม่เสียความสนใจในตัวอักษรบนกระดาษหรอกนะครับ

ก้าวเข้าสู่ชีวิตมัธยม การพัฒนาของสมาร์ทโฟนเกิดขึ้นแบบก้าวกระโดด โน้ตบุ๊กขนาดมือเครื่องแรกของผมคือ Xperia L แต่ว่ามันไม่ได้ดีเอาซะเลย และสัญญาณ 3G ในขณะนั้น "มันเหี้ย" (ผมพูดกับตัวเองอย่างนี้จริงๆ) ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ฝูงของการแจ้งเตือนยังไม่ได้ตัวผมไปในตอนนั้น

วิกฤตทางการเมืองของประเทศไทยได้พาผมเข้าไปสู่การค้นหาความเป็นจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเข้าร้านนายอินทร์เพราะเป็นทางผ่านกลับบ้านในทุกวัน และจ่ายเงินเพื่อนำหนังสือหกร้อยหน้า ปกสีแดง เขียนขึ้นโดยอาจารย์ที่เป็นที่รู้จักท่านหนึ่งกลับเข้าห้องนนอน ภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมได้ผ่านเข้าไปในเนื้อหาที่หนักหน่วง และเชิงอรรธเป็นจำนวนมาก (บางหน้ามีประโยคเพียงสองถึงสามประโยค ที่เหลือเป็นเชิงอรรธ)

ในตอนนั้นผมได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ เป็น Galaxy S3 มันยังห่วยแตกเหมือนเครื่องเก่าในมุมของผม แต่ก็ดีขึ้นมาบ้างแหละ และความป่วยก็ยังไม่ได้เข้าครอบงำตัวผม

ในปัจจุบัน ผมมี Galaxy S7 Edge อยู่ในมือพร้อมกับแพ็กเกจ 4G กว่า 50GB การแจ้งเตือนถูกแสดงผลอย่างรวดเร็วจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป และทวิตช์ ข้อความจากใครหลายคนได้เด้งขึ้นบนหน้าจอหลังจากการส่งโดยทันทีเพื่อรอการตอบกลับจากผม เรื่องของคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวผมเท่าไหร่นับพันได้ปรากฏให้ผมเสพดั่งเมทแอมเฟตามีน

ผมมองย้อนกลับไปในวันเก่าๆ และพบว่าผมเคยสามารถเพ่งเล็งตัวอักษรนับพันได้โดยไม่ยากเย็น แต่ในตอนนี้การอ่านบทความบน The Guardian โดยไม่ไปทำสิ่งอื่นนั้นแทบที่จะเป็นไปไม่ได้ อะไรที่เกิดขึ้นบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์อยู่ดีๆ ก็เกิดสำคัญกว่า แม้กระทั่งการเขียนสิ่งนี้ยังยากสำหรับผมที่ทำให้เสร็จได้โดยไม่เข้าไปเช็กอินบ็อกส์เลย

ผมได้ไปงานหนังสือเป็นไปตามปกติทุกปี และได้แบกหนักสือเกือบสิบเล่มกลับบ้าน ผมเปิดหนังสือหนึ่งเล่มและเริ่มที่จะอ่านประโยคแรก ประโยคที่สอง ที่สาม และที่สี่ ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของผมได้สั่นขึ้นมา ผมเปิดมันขึ้นโดยทันที และได้หลุดเข้าไปในปริมณฑลเสมือนที่ทุกอย่างเกิดขึ้นในระดับวินาทีหลายสิบนาที อาการนี้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายผมก็ได้เห็นอาการป่วยในตัวเอง

ดังนั้นแล้วผมจึงบังคับตัวเองให้อ่านจบหนึ่งบท สองบท สามบทและตัวเลขในการอ่านให้จบบทก็ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงค่อยหยิบอุปกรณ์นั้นขึ้นมา เมื่อไม่มีเนื้อหาให้ผมอ่านหลงเหลือแล้ว ผมฟุบหลับลงบนโต้ะโดยทันที

ในตอนนั้นผมจึงได้ระลึกขึ้นได้ การอ่านไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่น่าอ่อนเพลียเหลือเกิน

Suphanut Aneknumwong

He is an INTP Thai high-school student who interested in various fields such as politics, history, technology, literature, etc. He writes for some purpose he can't express.

Read More
Reading hadn't been exhausting, but now it is
Share this