ว่าด้วยละครญี่ปุ่น Nigehaji ความดัง ความไวรัลของ “Koi Dance” ฯลฯ ในญี่ปุ่น

ช่วงนี้ละครโรแมนติคคอมเมดี้ที่เรียกได้ว่าดังที่สุดในญี่ปุ่น ฉายในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ทางช่อง TBS วันอังคารเวลาสี่ทุ่มญี่ปุ่น “逃げるは恥だが役に立つ” (Nigeru wa Haji da ga Yaku ni Tatsu) หรือแปลแบบตรงตัวเลยว่า “วิ่งหนีมันน่าอายแต่มีประโยชน์” (แปลแบบตรงตัวมากๆ) มีชื่อภาษาอังกฤษด้วยคือ “We married as a job!” ซึ่งช่วยให้เข้าใจเรื่องมากกว่าอีก (ฮา)

ปกติผมก็ดู J-Drama พอควรนั่นแหละ แต่จะไม่ได้ติดอะไรขนาดนี้ จะแบบว่างมากๆ ปิดเทอมอะไรอย่างงี้ ขี้เกียจอ่านหนังสือแล้ว ก็จะมาดูแบบให้มันเบาสมองบ้าง แต่ก็จะดูรวดเดียวจบ ไม่มารอทุกอาทิตย์อะไรขนาดนี้ สุดท้ายก็พลาดเผลอเปิดดูซะจนได้ แถมเปิดวันอาทิตย์ตอนเย็นๆ แล้วเลยติดยาวดูมาราธอนถึงตอนล่าสุดในตอนนั้น (ตอน 6) สุดท้ายจบตอนตีสี่ อาบน้ำไปโรงเรียน....

ก็นั่นแหละครับ วันนี้มีเวลาว่างประมาณหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากเน็ตที่บ้านดับ เลยมานั่งเขียนบทความจับฉ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีกว่า ห่างจากเรื่องภายในประเทศปวดหัวๆ บ้าง

สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่าน ผมมี ยาวไปไม่อ่าน เป็นสรุปให้ท่านอยู่ช่วงท้าย

พล็อตเรื่อง

ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนอะไร ตัวละครหลักจริงๆ มีไม่กี่คน จะเล่าแบบพยายามไม่สปอยเลย

นางเอกชื่อมิคุริ โมริยะมะ (Mikuri Moriyama) (แสดงโดยยุอิ อะระงะกิ นางเอกในดวงใจ <3) กับพระเอกชื่อฮิระมะสะ สึซะกิ (Hiramasa Tsuzaki) (แสดงโดยนักร้องนักแสดงชื่อดัง เก็น โฮชิโนะ) มิคุริเนี่ยเพิ่งตกงาน หางานไม่ได้ทั้งๆ ที่เรียนปริญญาโทมา (ฉลาดเกินมั้ง ฮา) พ่อของมิคุริเลยหางานมาให้ได้คือเป็นแม่บ้านให้อีตาฮิระมะสะนี่แหละ ก็จ้างวันนึงให้มาทำ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆ นาๆ ทำให้แต่งงานกันหลอกๆ อยู่ด้วยกัน ให้มิคุริเป็นแม่บ้านจ่ายเงินเดือน เลยชื่อ “We married as a job” นี่แหละ

อ่านแล้วเนื้อเรื่องมันก็ไม่ได้แบบหนักอะไร คือดูแล้วไม่ได้ทำให้ฉลาดขึ้นว่างั้นแหละ เหตุผลที่ดูจริงๆ ตอนเริ่มต้นก็คือยุอิ อะระงะกิ (Yui Aragaki) หรือชื่อเล่น “Gakki” ที่จะอ่านว่างักกี้และกั๊คคี้ก็แล้วแต่ อย่างไรก็ดีนี่ตามดูนางทุกเรื่อง เรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่ไม่คิดว่าจะติดหนักขนาดนี้ (ปกติดูมาราธอนรวดเดียวถึงจบ)

เรื่องนี้มีต้นฉบับมาจากมังงะชื่อเดียวกัน คนแต่งชื่อสึนะมิ อุมิโนะ (ไม่รู้จัก) เรื่องนี้แปลเป็นภาษาอังกฤษยังไม่มีเลย (เท่าที่หาเมื่อนานมาแล้ว) ส่วนตัวไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ไม่คิดว่าออกตอนแรกจะดังขนาดนี้

มันดังได้ยังไง (วะ)

ส่วนตัวผมก็ไม่ใช่นักวิเคราะห์อะไร ไม่ได้คลุกคลีกับ J-Drama อะไรด้วย ต้องออกตัวไว้ก่อนเวลาโดนด่าจะได้ไม่เจ็บมาก (ฮา) อีกอย่างอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกด้วย :(

nigehaji

ซ้าย - นางเอกมิคุริ โมริยะมะ ขวา - พระเอกฮิระมะสะ สึซะกิ

หนึ่งเลยคือนักแสดงหลักเรื่องนี้สองคน - พระเอกกับนางเอก - เนี่ยดังมาก เก็น โฮชิโนะ เป็นนักร้องช่วงพีคของแกเริ่มจากปีที่แล้ว (2015) ออกเพลงประกอบละครเรื่อง “心がポキッとね” (Kokoro ga Pokitto ne) ฉายช่อง Fuji TV แล้งแบบดังระเบิด ชื่อเพลงว่า “SUN” https://www.youtube.com/watch?v=7gcCRAl58u4 นั่นหล่ะครับ ตอนนี้เลยติดลมบนอยู่ แล้วแกก็ออกเพลง ED ให้กับละครที่แกแสดงด้วยชื่อ “Koi” ลักษณะเพลงทั้งสองเพลงเนี่ยมันผสมผสานหลายแนวหน่อย ฟังง่าย จับกลุ่มคนได้เยอะด้วย ถึงจะไม่ได้หน้าตาดีเว่ออะไร จากที่เห็นก็คือพระเอกเรานี่ก็ถือว่าเป็นเซเลปในญี่ปุ่นอยู่แหละ หลายๆ คนบอกว่าแกดูเด๋อๆ ในเรื่อง ก็นะในมังงะเท่าฟังมาพระเอกมันก็เด๋อๆ อะ (ฮา)

สำหรับนางเอกในดวงใจของใครหลายๆ คน งักกี้ ผลงานละครมากมาย เรื่องที่หลายๆ ท่านน่าจะผ่านตามาในช่วงปีสองปีนี้ก็น่าจะเป็น Legal High ที่งักกี้เลนเป็นมาจิโกะ (Machiko Mayuzumi) ในเรื่อง หรือจะเป็นเรื่องดัง “Sky of Love” เมื่อปี 2008 เป็นต้น ซึ่งผมว่า งักกี้ นี่แหละที่เป็นตัวแปรหนึ่งเลยที่ทำให้คนดู #ไม่อวย (including me)

legal high

Legal High ถ้าใครเคยดูหรือผ่านตากันมา

นอกจากนักแสดงแล้ว พล็อตเรื่องมันไม่ได้หนักอะไร เป็นหนังฟีลกู้ด จบก็ฟีลกู้ด (สปอยไหมนี่) ในเรื่องก็แบบดูฉากแต่ละฉากให้ฟินๆ ไปงั้น และแทรกมุกแบบญี่ปุ่นๆ ไว้เยอะ ที่ทำให้คนอิน คือมิคุริเนี่ยเป็นคนที่แบบจินตนาการสูง เวลาเจออีเวนต์อะไรในชีวิตหรือเจอปัญหาอะไรก็จะจินตนาการตัวเองเข้าไปอยู่ใน “รายการทีวี” ของญี่ปุ่น ว่าตัวเองเป็นผู้เข้าร่วม เช่น รายการข่าว รายการสัมภาษณ์คู่แต่งงาน รายการวาไรตี้ ที่ดังๆ ของญี่ปุ่นเป็นต้น เลยทำให้คนญี่ปุ่นดูแล้วอินตามไปด้วย

อีกอย่างคือมัน “เรียล” นี่แหละ ในแง่ที่ว่าตอนนี้ญี่ปุ่นคนส่วนมากก็โสดหาคู่ไม่ได้ (แล้วก็หาไม่เป็นด้วย) เลยมีบริษัทหาคู่แปลกๆ เต็มไปหมด อัตราการเกิดต่ำ พระเอกโสดๆ ที่จริงตัวเองก็ตั้งใจโสด กับนางเอกที่หางานอยู่ ก็เลยเกิดโมเดลแปลกๆ อย่างงี้ขึ้นมา ก็คงทำให้คนเหงาๆ หว่องๆ ที่ญี่ปุ่นคล้อยตามกันไม่น้อย อย่างไรก็ดีสิ่งที่ละครพยายามจะเสนอก็อุดมคติอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน (ก็มันคือละคร)

nigehaji hiramasa

ดูความมุ่งมั่นของพระเอกนี้

พร้อมด้วย setting ที่โอเค (รึเปล่า) ในเรื่องดำเนินเรื่องอยู่ที่อพาร์ตเม้นท์ของพระเอกซะส่วนใหญ่ บาร์ที่ตัวละครมีอายุหน่อยในเรื่องชอบไป ที่ทำงานของพระเอก อาจจะมีสถานที่แปลกๆ นิดหน่อยแล้วแต่ตอน ก็นั่นแหละใช้ทุนต่ำดี แต่ฉากแต่ละฉากที่ตัวละครออกไปข้างนอกก็สวยดีนะ อยากลองไปดูบ้าง แต่ก็คงไม่ใช่ตัวแปรที่ใหญ่ขนาดนั้น

มาถึงข้อสุดท้ายที่ผมคิดว่าสำคัญ และเป็นตัวแปรสำคัญคือ “Koi Dance” นี่แหละ ที่ทำให้ช่วงออกแรกๆ เรตติ้งอาทิตย์ต่อไปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ จากประมาณ 10% ในตอนแรกกลายเป็นประมาณ 12% และจบตอนสุดท้ายด้วยเรตติ้งประมาณ 20% ซึ่งถือว่าสูงมาก

ไวรัล Koi Dance ในญี่ปุ่น

ภาพจากวิดีโอ Koi Dance ที่โคฟเวอร์โดยพระเอก-นางเอก

ที่มาของ Koi Dance คือเพลง Koi ของเก็น โฮชิโนะ ซึ่งมี Dancer เต้นอยู่ใน MV แบบเป้ะเวอร์ๆ เต้นตามยากมาก ในตอนแรกคงจะไม่มีใครนึกฝันว่าจะเป็นไวรัลได้ จนกระทั้งตัวละครในเรื่อง Nigehaji เอามาโคฟเวอร์ นำโดยงักกี้นี่แหละ

https://vimeo.com/187538552 (ตอนแรกหาคลิปไม่เจอ แต่มีมิตรสหายท่านหนึ่งหามาให้ ขอบพระคุณยิ่ง)

กับตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง และอี Channel ของ TBS เนี่ยแม่งก็ปิด Private คลิปที่อัพแล้วก็คลิปอัพใหม่ทุกอาทิตย์ ซึ่งก็เป็นโคฟเวอร์คลิปเดิม แต่มีตัวอย่างตอนต่อไปต่อท้าย… ยอดวิวแต่ละคลิปที่ปิด Private ไปเนี่ย 10 ล้านวิว++ แทบทุกคลิปอะ (นี่ loop วันละสิบรอบ) เข้าใจว่ามันเหมือนจะมีกิจกรรมให้แฟนๆ ปั่นวิวนี่แหละ อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก - -"

กลับมาเรื่อง Koi Dance หลังจากที่ปล่อยคลิปไป ก็เริ่มมีคนโคฟเวอร์เยอะขึ้นเรื่อยๆ เซเลปหลายๆ คนก็เริ่มโคฟตาม เวลาคู่พระนางในละครไปโปรโมตละครตามรายการต่างๆ ก็ไปพาพิธีกรรายการนั้นๆ เต้นด้วย ก็เป็นแผนการไวรัลที่ดีของ TBS ถึงท่าเต้นจะยาก แต่มันดีตรงที่มันยากนี่แหละ ต้องเต้นกันหลายคน ทำเพอร์เฟคไปก็ไม่ดี เอาแบบหลุดๆ บ้าง แบบคลิป Koi Dance เวอร์ชั่นที่งักกี้โคฟเวอร์นั่นแหละ มันดังที่ญี่ปุ่นจนถึงขั้นสถานทูตอเมริกาประจำญี่ปุ่นก็เล่นกับเข้าด้วย (ฮา)

PPAP vs Koi Dance

คู่แฝด Rika Riko ที่ได้รับความรู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้นจากการโคฟเวอร์ PPAP

สองอันนี้เป็นไวรัลที่ดังอยู่ในญี่ปุ่นในช่วงเวลาไล่เรี่ยกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ PPAP ทำง่ายกว่ามาก ทั้งท่า ทั้งเพลง ในขณะที่ Koi เป็นภาษาญี่ปุ่น ท่าเต้นยากกว่าเยอะ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมันไม่ได้ดังเพราะตัวของมันเอง แต่มี “คนดัง” เอาไปใช้แล้วทำให้มันดัง

ในที่นี้ของ PPAP ก็คงจะเป็นพี่น้องริกะริโกะ (ถ้าจำได้ ที่เสื้อสีขาว) ที่โคฟเวอร์ PPAP ไปแล้ว 9GAG เอาไปลงจนดังออกไปหลายประเทศ ทั้งๆ ที่โคฟเวอร์ไว้นานแล้ว (สองอาทิตย์ก่อนได้) และ Koi Dance ที่เป็นท่าเต้นใน MV ของเก็น โฮะชิโนะ ก็ไม่ได้ดังด้วยตัวของมัน แต่ว่ามาดังก็ตอนที่งักกี้เอามาโคฟเวอร์นี่แหละแล้วคนดังๆ เอาไปโคฟเวอร์ต่อนี่แหละ

ปล.นี่ความเห็นส่วนตัวล้วน คิดว่าถ้างักกี้ไม่ได้โคฟเวอร์นี่คงไม่ดังขนาดนี้ #ไม่อวย คือเวลาคลิปเนี่ยมันก็หลายเทค แล้วก็ตัดต่อเอา มันก็เลยจะมีฉากนางจะทำหน้าแบบ “กูจะเต้นผิดละน้าา” อยู่ด้วย (ฮา)

ผมคิดว่าฝ่ายการตลาดเห็นจาก PPAP แล้วก็เลยเอามาปรับใช้กับละครตัวเองบ้างหล่ะ

สิ่งที่แฝงไว้ในเรื่อง

เนื่องจากเป็นคนคิดเยอะ (แต่ไม่เคยคิดไปได้ไกล) ดูแล้วก็เห็นค่านิยมหรือสิ่งที่พยายามจะแฝงไปในเรื่อง เกี่ยวกับความรักนี่แหละ

ต้องเล่าก่อนว่ามันมีคู่(รัก?) ดำเนินความสัมพันธ์ขนานไปกับคู่พระเอกนางเอกด้วย ก็คือคู่ของป้านางเอกกับเพื่อนที่ทำงานของพระเอก, คู่ลูกน้องของป้านางเอกกับเพื่อนที่ทำงานของพระเอก (ซึ่มารู้เอาตอนท้าย) ซึ่งจากนี้อาจจะสปอยหน่อย

คู่ของพระเอก - ชายหนุ่มเวอร์จิ้นไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใครเลยมา 36 ปี กับสาวเก่งมีความสามารถแต่หางานไม่ได้ อายุ 25 ปี มาเจอกันแบบงงๆ เพราะว่า “โชคชะตา” เลือกที่จะแต่งงานแบบไม่จดทะเบียนแบบหลอกๆ ไว้ เป็นความสัมพันธ์แบบอยู่บนสถานะที่ไม่มีใครเสียอะไร (win-win) พร้อมแยกออกจากกันได้ทุกเมื่อ สุดท้ายพอมาอยู่บ้านเดียวกัน ถึงจะไม่ได้นอนด้วยกัน ไม่ได้จู๋จี๋แบบแฟนกันจริงๆ แต่ก็เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ

เรื่องนี้มันเลยตอบแฟนตาซีของคน ใช้ “โชคชะตา” มาเล่นตามแบบฉบับเรื่องราวแบบนี้ ทั้งสองช่วยเติมเต็มอีกฝั่งได้อย่างลงตัว ความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย (คือคู่นี้พอดูในเรื่องมันก็นะ ใครจะเหมือนพวกนี้กัน ฮา) แต่ก็นั่นแหละครับ มันเป็นเพียงแค่เรื่องผลประโยชน์ สุดท้ายเรื่องราวก็ต้องมีอารมณ์เข้ามาแทรกให้ suffer กันไป

สิ่งที่ผมพยายามให้เห็นคือความพยายามที่จะให้คนลองอยู่ด้วยกันมากขึ้น คือที่ญี่ปุ่นเนี่ยมันคนโสดหว่องๆ เยอะใช่มะ ละครเรื่องนี้ก็เหมือนกำลังเสนอทางเลือก (ที่ดูสุดโต่งและอุดมคติมาก) ความสัมพันธ์ของพระเอกนางเอกมันพร้อมจะแยกจากการถ้าเกิด conflict หรือเข้ากันไม่ได้ แต่ถ้าเข้ากันได้ดีก็อยู่ด้วยกันไปเลย (ซึ่งในเรื่องมันก็ต้องให้ไปกันได้)

nigehaji

จากซ้ายไปขวา เพื่อนที่ทำงานของพระเอกที่ชื่อคะซะมิ พระเอก นางเอก และ ป้านางเองชื่อยูริ

คู่รองของป้านางเอกกับเพื่อนที่ทำงานพระเอก - ป้าเนี่ยชื่อยูริ กับเพื่อนที่ทำงานพระเอกนี่ชื่อคาซะมิ คือคาซะมิมันเคยชอบนางเอกมาก่อน (แบบอารมณ์ชั่ววูบไรงี้) แต่ตอนหลังก็มาตกหลุมรักยูริ ซึ่งอายุ 49 ปี ในขณะที่ตัวเองอายุ 32 ปี (17 ปีทีเดียว)

ยังมีอีกคือ คู่ลูกน้องของป้านางเอกกับเพื่อนที่ทำงานของพระเอก ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบ ชาย - ชาย ฝ่ายนึงนี่อายุน่าจะ 50 ขึ้น อีกฝ่ายอายุน่าจะประมาณ 24-25 ติดต่อกันผ่านไลน์ คุยกันถูกคอ รสนิยมตรงกัน แต่ปิดบังตัวตนกัน สุดท้ายก็มาเจอกันตอนท้าย เพราะอีกฝ่ายตัดสินใจส่งข้อความนัดเจอกัน ตรงนี้ทำให้คนอินมาก เพราะเดี๋ยวนี้คนสานสัมพันธ์กันผ่านแอพแชตนี่ก็คงมีเยอะ

สิ่งที่เหมือนกันในสามคู่นี้ก็คือทั้งสามคู่นี่อายุห่างกันมาก 10 ปีขึ้นทั้งนั้น อย่างจงใจ แฝงความคิดเรื่องความรักแบบที่ไม่ต้องสนอะไร อายุ เพศ ที่อาจจะไม่เหมาะสมที่จะมาคู่กันตามค่านิยมในอดีต เป็นความพยายามให้คนเริ่มจับคู่กันมากขึ้นนั่นแหละ ก็ถือเป็นการแฝงความคิดแบบนี้ไปในละคร (ที่คาดว่าจะ) โด่งดังไปในตัว ถึงจะเป็นความคิดที่ไม่ได้ใหม่และมีให้เห็นกันอยู่แล้ว

ความรู้สึกหลังดูจบ

ส่วนตัวชอบมากกกก (ก ไก่ล้านตัว) เพราะว่างักกี้แสดง จบ.

ก็ถือเป็นละครแนวโรแมนติคคอมฯ ปกติ ดูแล้วขำๆ บ้าง ไม่ได้แย่ ไม่ได้ดีจน must watch ยกเว้นคุณเป็นแฟนคลับยุย อะระงะกิ ไว้ดูแบบว่างๆ เบื่อๆ อยากพักผ่อนสมองบ้างอะไรอย่างงี้

หลายๆ คนอาจจะขัดใจพระเอกว่าแม่งหน้าตาไม่ค่อยดี แต่หลังจากที่ดูแล้วก็สมบทบาทที่ได้เล่นเป็นตัวละครแบบเป็นพวก “ไม่เป็น” กับเรื่องผู้หญิงเลย เป็น software engineer ดูเงอะๆ งะๆ หน่อย ดูแข็งๆ บ้าง และน่าหมั่นไส้ (ยิ่งไปอ่านสัมภาษณ์มานะ_ึงงงงงงง)

งักกี้ตัดผมสั้นแล้วปังมากกกก (ก. สิบล้านตัว) คนอะไรยิ่งแก่ยิ่งดีย์ มองแล้วโลกสวยงาม ถือเรื่องที่แล้วอย่าง 掟上今日子の備忘録 (Okitegami Kyoko no Biboroku) ที่แสดงเป็นเคียวโกะนั่นมันใส่วิกอะ อันนี้ตัดผมจริง!!
gakki
/me เปิดเพลง https://www.youtube.com/watch?v=Aqx89S3JQ7U


ตัวละครในเรื่องก็เหมือนแสดงเป็นตัวเองดี เพลงก็โอเคนะ Koi อะ ที่ว่าทำได้ดีจากมาตรฐานเดิมคือเพลงเมื่อซิงเกิ้ลที่แล้ว

สังเกตหลายหันมาเชียร์คู่รองมากขึ้น ก็นะ ป้าแกอายุ 49 (ตัวจริงอายุ 48) แต่ก็ยังสาวอยู่

ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาเรื่อง range ของอายุที่ห่างกันมากนะ แบบคนใกล้ตัวก็มี แล้วก็ถ้าใครเคยอ่านงาน Kafka on the Shore ของลุงมูราคามิแล้วเนี่ย อันนั้น 15-50...

ยาวไปไม่อ่าน

  • ละครโรแมนติคคอมเมดี้ฉายช่วง 4 ทุ่ม วันอังคาร ช่อง TBS ที่ญี่ปุ่น นำแสดงโดยอะระงะกิ ยุยและเก็น โฮะชิโนะ เรตติ้งดีมากที่ญี่ปุ่น
  • นางเอกอายุ 25 เพิ่งตกงาน ถึงจะมีวุฒิปริญญาโทก็ตาม พระเอกอายุ 36 เป็น software engineer รายได้ดี ปกติจ้างคนมาทำความสะอาดบ้านให้ คราวนี้พ่อของนางเอกแนะนำให้นางเอกมาทำ
  • เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงานหลอกๆ คือนางเอกนี่เป็นแม่บ้านให้พระเอกแบบได้เงิน แต่แต่งงานแบบไม่จดทะเบียนไว้บังหน้าด้วยเหตุผลบางประการ (ไปดูเอาเอง) ก็พล็อตเบาสมองดี
  • นอกจากเรตติ้งดีแล้ว ยังมีไวรัลจากเพลงจบชื่อว่า “Koi” ซึ่งเก็น โฮะชิโนะที่เล่นเป็นพระเอกแต่งขึ้นเพื่อประกอบละคร ท่าเต้นใน MV ถูกโคฟเวอร์โดยตัวละครหลักในเรื่อง แล้วคนอื่นๆ ก็เริ่มโคฟเวอร์ตาม ส่วนตัวคิดว่าเป็นแผนการมาร์เก็ตติ้งของทางผู้จัดเอง เพราะตัวท่าเต้นนั้นถ้าดูใน MV มันเต้นยากมาก แต่พอโคฟเวอร์เป็นตัวอย่าง และนักแสดงที่ไปโปรโมตตามที่ต่างๆ ชวนให้พิธีกรหรือคนแถวนั้นเต้น จึงเป็นกระแสหลังจากและคล้ายกับ PPAP ในญี่ปุ่น
  • จากการดู คิดว่าในเรื่องเสนอทางเลือกที่อุดมคติและออกจะสุดโต่งคือ เรื่องการแต่งงานแบบไม่จดทะเบียน ให้เงินเป็นเหมือนการทำงานบริษัททั่วไปอีกโดยจะเป็นแม่บ้านให้ ไม่มีความสัมพันธ์แบบจู๋จี๋กันแบบแฟน เป็นความสัมพันธ์ที่พร้อมจะแยกออกจากกันได้ทันทีถ้าเข้ากันไม่ได้ และยังแฝงความคิดเรื่องความรักที่ไม่ต้องสนเรื่องเพศ อายุ ไว้ด้วย ดูจากความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง ซึ่งเล่นกับความรู้สึกคนดูได้ และยังเสนอแนวทางบางอย่างกับปัญหาความโสดในญี่ปุ่น
  • ส่วนตัวชอบ เพราะนักแสดงที่ติดตามแสดง และแสดงได้ดี ดูไปไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูคลายเครียด ดูสนุกๆ อย่าไปคิดอะไร เพราะแนวคิดบางอย่างในละครมันก็ไม่ได้ "ปกติ" แบบที่คนทั่วไปคิดกัน

ในตอนแรกกะจะเขียนขำๆ เพราะเน็ตดับชั่วโมงนึงเล่นเกมไม่ได้ คราวนี้มันดันยาว ก็เลยยาวไป (ฮา) กับเรื่องเรียนยังไม่จริงจังขนาดนี้

มีซับไทยนะครับเรื่องนี้ ใครอยากดูก็ Google เอาแล้วกัน เห็นอยู่สองค่าย แต่ค่ายนึงแปลเร็วกว่าแล้วก็จบแล้วด้วย ค่ายเขาไม่ได้ให้เงินโฆษณามาก็ไม่ต้องบอกหรอก :p

Share this: