F*ck / 2017 / Welcome / 2018

พูดกันตามตรงนี่ไม่ค่อยแคร์หรือ "เชื่อ" เรื่องปีใหม่เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เกลียด เพราะมันหยุด และมีอะไรให้เขียนอย่างการเขียนเรื่องปีที่ผ่านมา และเขียนเรื่องที่จะทำในปีต่อไป (แต่ก็ไม่ทำอยู่ดี) ตามพิธีก็ขอเริ่มจากปีนี้ก่อนละกัน ซึ่งจะโฟกัสที่ตัวเอง เพราะเรื่องคนอื่นคนอื่นก็เขียนกันหมดละ

2017: ยุ่ง / งง / ง่วง

ปีนี้พอนึกย้อนๆ ไปเป็นปีที่สามารถสรุปได้อย่างข้างต้นจริง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีแพลนระยะยาวในหัวเท่าไหร่ จะคิดก็ง่วงและมึน เลยผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย รู้ตัวอีกทีก็สิ้นปีซะแล้ว ดังนั้นแล้วปีนี้เมื่ออะไรเขามาหาตัวเอง หรือเห็นโอกาสอะไรในชีวิต ก็จะรับและตกลงทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเท่าไหร่ เพราะ "ยุ่ง งง ง่วง" และอาจจะเพราะ Resolution ปีที่แล้วที่เขียนว่าจะ Grab every opportunities สุดท้ายก็จะเข้าลูปเดิมต่อไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จะหลุดออกยังไง นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่บล็อกร้าง ถึงตัวเองจะคิดถึงอยู่ตลอด

ปล. ไปค่ายเยอะมากก แต่ขี้เกียจเล่า เอามาเฉพาะที่มันแบบยังติดอยู่ในหัว และการเล่าเรื่องไม่เป็นไปตามเวลา

ไปค่ายเยาว์รัดสาด ฬ

ชอบค่ายรัดสาดของที่นี่สุด เพราะฟรี #ทุนนิยมไหมหล่ะมึง และเข้าสี่วันสามคืน อยู่กันให้สบายบนที่ของ ฬ ณ สระบุรี

หากใครไปค่ายมาพอสมควร และค่ายนั้นไม่ได้ยึดติดกับกฏระเบียบอะไรนัก (ไม่ได้หมายถึงสะเปะสะปะ) ก็จะรู้ว่าไคลแมกซ์จริงๆ มันคือหลังจากโปรแกรมของแต่ละวันจบ ซึ่งก็มีทั้งเสวนาพาติดคุกกับพวกพี่ๆ หลายคน และหนึ่งในนั้นเป็นคนจัดแข่งเขียนบทความที่เราชนะด้วย (ขอบคุณมากครับพี่ที่จัดเพราะจนพอดี และไส้กรอกเซเว่นอร่อยมากครับ) ซึ่งคุยกันไม่ได้เอาฮานะค่อนข้างวิชาการอยู่ ขี่จักรยานกลางดึกโดยมีหมาเป็นฝูงวิ่งตาม คุยห่าอะไรไม่รู้ถึงตีสาม ฯลฯ

ถึงจะเป็นค่ายรัดสาด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนแม่งจะพิซซ่ากันทุกคนนะครับ และค่ายนี้จะค่อนข้างพิเศษหน่อยตรงที่จะมีการจำกัดโควต้าแต่ละภาคมา เราเลยจะเจอเพื่อนเหนือใต้ออกตกเลยทีเดียว และเอาเข้าจริง ๆ แล้วพวกบ้าการเมืองก็มีอยู่ไม่กี่คน ยิ่งฮาร์ดคอร์นี่มีไม่ถึงห้าคน (แน่นอนไม่ใช่กูหนึ่งในนั้น ฮี่ฮิี่) ดูเหมือนคนในค่ายจะมองว่าเราเป็นคนรู้มาก ซึ่งก็จริงแหละมั้ง ถึงพยายามจะไม่จับไมค์เท่าไหร่ก็ตาม เวลามีการ reflect หลัง activity

สุดท้ายขอบคุณพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ทุกคนในกลุ่มเหลืองครับ (ไอติมวันสุดท้ายอร่อยมากครับ เพราะฟรี :p)

バイト First Time

ไม่ใช่รับงานฟรีแลนซ์ หรือรับงานช่วงสั้น ๆ เหมือนที่เคยทำมา แต่เป็นการทำพาร์ทไทม์กับองค์กรหรือบริษัทจริง ๆ มีระบบระเบียบจริงถึงอาจจะไม่เข้มข้นเท่าเต็มเวลา ปิดเทอมใหญ่ช่วงต้นปีไปทำงานที่งานหนังสือแห่งชาติสองอาทิตย์กับดวงกมลสมัย เป็นสายส่งหนังสือเรียนภาษาอังกฤษจากสำนักพิมพ์พวก Cambridge Macmilan และเด็กสุดด้วย วันแรกก็ดันไปสายอีก (ที่จริงจะไปเช้าแต่หาทางเข้าไปเจอก็ตาม)

การขายเป็นไปได้ด้วยดี เราได้รับหน้าที่ให้ไปดูแลส่วนของสำนักพิมพ์ Macmilan เพราะพี่ที่เป็นผู้จัดการขายหนังสือให้กับโรงเรียน รู้ว่าเราใช้หนังสืออะไรเรียนตอนสัมภาษณ์ เลยให้ไปยืนขายไหนส่วนของสำนักพิมพ์นั้น จะได้ไม่ต้องเรียนรู้สินค้ามาก แต่ยังไงสุดท้ายก็ต้องรู้ทั้งร้านอยู่ดีเพื่อให้แนะนำลูกค้าได้

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัวเองต้องมีภาระ (และมีโอกาสอู้) เพิ่มคือ มีพี่คนหนึ่งเขามีปัญหาและขอหยุดการทำงานไป แต่ขอไม่เล่าเพราะขี้เกียจและไม่อยากพาดพิง แต่อยากจะบอกว่าเราอาจจะพอเข้าใจ เลยทำให้ตัวเองต้องคุมส่วนของสำนักพิมพ์ Colin เพิ่ม กลายเป็นว่าตอนนี้เราดูแลหนังสือนอกเวลา macmilan scholastic หนังสือภาษาอังกฤษของ macmilan และ colin และไปดูแลพวกดิกชันนารีอีก ข้อดีคือทำให้ตัวเองสามารถไปยืนในจุดที่พี่เขาเคยยืนได้ และมันลับตาจากพี่ๆ คนอื่น ทำให้เรานั่งได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเหมือนกับการที่ทำให้เราได้ออกมาใช้ความรู้ที่มีจริง ๆ ได้เต็มมากขึ้น เพราะตอนแรกเราไปติดกับอยู่กับนอกเวลา ได้แค่แนะนำอ่านเรื่องไหนตามความรู้ที่มี เรื่องนู้นเรื่องนั้นสนุกดี แต่คราวนี้พอมีตำแหน่งเพิ่ม เลยได้ขายพวกหนังสือภาษาอังกฤษ Speaking Reading Writing Listening หนังสือเตรียมสอบโทอิค โทเฟล ไอเอล ฯลฯ เลยแนะนำอะไรได้มากขึ้น มีทั้งเคสสอบเข้าม.1 สอบเข้ามหาลัย สอบไอเอลไปเรียนต่อ (ซึ่งเราโม้ว่าสอบได้เจ็ด และก็ได้เจ็ดจริง ๆ ) คนทำงานอยากเรียนภาษาอังกฤษ คนทำธีสิสป.โท ฯลฯ อีกมากมาย การได้คุยแลกเปลี่ยนกับคนทำให้งานนี้รู้สึกไม่ค่อยน่าเบื่อ ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบถามอายุเรา เรามักจะไม่บอกอายุของตัวเองก่อน อาจจะเพราะหน้าเด็กก็ได้นะ

สุดท้ายสำหรับไบโตะเฟิร์สไทม์ ขอบคุณร้านบะหมี่ปากซอยร้อยหนึ่งทับหนึ่ง ที่เปิดทุกวัน และไม่เหลือเกี๊ยวให้ซักวันไปถึง จนเป็นเรื่องโจ๊กในที่ทำงาน เพราะเรารีบกลับไปเพื่อจะได้กินเกี๊ยว 55555555

พี่ค่าย JWC

อันนี้เป็นส่วนที่ทำให้เราคิดอีคำว่า "ยุ่ง งง ง่วง" คือเราดันไปสมัครเป็นพี่ค่ายแบบงง ๆ คืองงจริง ๆ ตอนง่วง ๆ แม้จะทำงานอื่นก็ได้ แต่ก็ได้เฉยก็ขอบคุณมากครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ในการทำงานค่ายนี้่ถึงเราจะงงและง่วงขนาดไหน

ช่วงนั้นเป็นช่วงกีฬาสีพอดี แล้วทุกอย่างก็ดูยุ่งเหยิงมาก ในชีวิตของตัวเอง วันพุธก่อนวันนัดมาค่ายเตรียมตัวจำได้ว่านอนตีสองได้ เพราะตัดเพลงสำหรับกีฬาสีถึงเที่ยงคืนอยู่บ้านเพื่อน ฝนตกหนักอีก อาทิตย์นั้นไม่มีวันไหนนอนก่อนเที่ยงคืนเลย และอาทิตย์นั้นก็เจอแต่อะไรเต็มไปหมด พอมาวันพฤหัสก่อนวันค่ายจริงเพื่อเตรียมตัวก็กลับเที่ยงคืนนอนตีสองตื่นตีห้าอีกเพื่อไปรับน้อง วันค่ายก็รู้สึกช่วยอะไรเขาไม่ได้มาก T____T งงในหัวของตัวเองมาก

ขี้เกียจเล่าเรื่องในค่ายมาก อ่านเพิ่มได้ที่บล็อกก่อนหน้านี่แหละ

Lab Boy First Time (and likely the last)

คืออาจารย์ ดร. ท่านหนึ่ง ณ รร. ไม่มีผู้ช่วยเพื่อมาจัดการเรียนการสอนให้ห้องพิเศษวิทย์คณิตของม.1-2 เลยหาคนช่วยพร้อมให้ค่าจ้าง แน่นอนคนทุนนิยมอย่างผมก็ตกลง มีหน้าที่คือเตรียมสาร และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเรียนฟิสิกส์

การเรียนในคลาสของแกเป็นแบบ Lab-based คือแกสอนทฤษฎีนิดนึงก่อน ส่วนนึงเด็กพวกนี้แม่งรู้มาหมดแล้ว 555 แล้วก็ทำการทดลองเพื่อให้เห็นภาพของทฤษฎีจริง ๆ ซึ่งเราว่านี่แหละคือฟิสิกส์ มันไม่ได้อยู่ในหนังสือของเราอย่างเดียว แต่มันอยู่บนโลก และจักรวาล

นอกจากเตรียมของแล้วก็ต้องคอยให้คำแนะนำน้องเวลาบันทึกผล และตอบคำถามบางคำถามซึ่งต้องวิเคราะห์จากผลการทดลอง และนำสูตรที่เรียนมาไปปรับใช้ แบบฝึกหัดที่เอามาทำบอกไม่ได้ว่าเอามาจากที่ไหน แต่ต้องแปลซึ่งเรากับอาจารย์ทำ (และได้ค่าแปลในเรทที่โอเค ขอบคุณมากครับ) แต่มันมีให้เขียนกราฟแทบทุกอัน เพราะมันต้องบันทึกผลการเปลี่ยนแปลงเมื่อตัวแปรเปลี่ยน เราที่ต้องแนะนำการเขียนกราฟ เลยโดนน้องเรียกว่าพี่พล็อตกราฟไปโดยปริยาย...

Minna no Nihongo 1 Completed!

หนทางยังอีกยาวไกลจากเล่มสี่นัก กับการเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อจะไปสอบแพท 7 ล้วน แต่เวลาไปบอกกับคนอื่นเรื่องเหตุผลก็จะบอกว่า "เพื่อขยายขีดจำกัดการรับรู้ของเราให้กว้างขึ้นครับ" ซึ่งปัีหน้าต้องปั่นอีกสามเล่มให้จบ 頑張ります!

Thai Skill Competition Debut

โดยปกติเราจะไปแข่งคอม และ (อยาก) แข่งเกี่ยวกับวิชาสังคม คราวนี้ตัวเองไปแข่งในงานภาษาไทยในโรงเรียนขำ ๆ เพื่อเงิน (สุดท้ายไม่ได้) แล้วดันชนะที่หนึ่งการพูดสุนทรพจน์ ซึ่งไม่สบายและเขียนบทตอนเช้า โดยได้แรงบันดาลใจจากพี่เต๋อ นวพลมานิดหน่อย คราวนี้เลยโดนจับไปแข่งพูดสุนทรพจน์นอกโรงเรียน ซึ่งอาจารย์มาเรียกเราก็ตกลงไปแบบงง ๆ ง่วง ๆ เช่นกัน แรืมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แบบในโรงเรียน คนก็ดูเยอะ คนแข่งก็เยอะ สุดท้ายตัวเองเข้ารอบไฟนอล แต่ก็ยังไม่ชนะอะไรกลับมา

ต่อมาก็ไปแข่งเขียนเรียงความ สุดท้ายได้คะแนน 79.44 อีกนิดเดียวได้เหรียญทอง เรารู้หัวข้อก่อน ทุกคนรู้ แต่เราไปเขียนสดได้แค่นี้ก็พอใจ ดีที่ไม่ได้ที่โหล่ แล้วก็ไปแข่งอีกที่ซึ่งคราวนี้เตรียมตัวก่อนหนึ่งวัน เลยได้ที่สามกลับมา ทั้งหมดนี้ตอบตกลงไปแข่งแบบงง ๆ ทั้ง ๆ ที่ยุ่งอยู่ แต่พอเห็นว่าจะได้เงินก็ตกลงทันที (ฮา)

วงโปรดสองวงมาไทย !!!

ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ถึงมากที่สุดครับ กลางปีวงฝั่งญี่ปุ่น Flower ซึ่งเป็นวงที่ (เรียกว่าเคยละกัน) เป็นส่วนหนึ่งของ E-girl วงแนวหน้าของญี่ปุ่นมาไทยในงาน Viral Fest Asia ถึงจะมาแค่สองเพลงก็ดีใจตายห่าละครับ

มาปลายปีวงสำหรับแพนด้าอย่างเราเอพิงค์ก็มา คือแบบมันดีจริง ๆ ไม่ลืมแน่นอน พัคโชรง ยุนโบมี จองอึนจี ซนนาอึน คิมนัมจยู โอฮายอง T_T ช่วงปีที่แล้วห่างจากฝั่งเคมากๆ พอมาปีนี้รู้สึกว่าผลงานฝั่งเคที่เป็นแนวของตัวเองเริ่มกลับมาพอดีด้วย

อ่านข่าวการเมืองไม่ได้มากขึ้น หรืออาจจะน้อยลง

เรา ในช่วงแรกของการรัฐประหาร พยายามแอคทีฟกับข่าวสาร เหตุการณ์ และพยายามทำอะไรที่ทำได้เพื่อสถานการณ์ห่าเหวนี่ พอผ่านมาสามสี่ปี เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเฉยชาลงไปเรื่อย ๆ กับเรื่องนี้ เริ่มอ่านน้อยลง เริ่มเข้าร่วมอะไรน้อยลง เหมือนเป็นอาการ "ซึมเศร้า" ทางการเมือง มิตรสหายหลายคนก็เริ่มไม่ไหวเช่นกัน ณ จุดนี้เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี รู้สึกว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ปัญหาเดิม ๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข

อ่านหนังสือไปหลายเล่มอยู่ แต่น้อยกว่าที่เป้า

ปีนี้อ่านของสำนักพิมพ์ openworlds ไปมากเป็นพิเศษเป็นสิบได้ อ่าน Sapiens ไปแต่ยังไม่จบ รู้สึกยังไม่ตกผลึกเท่าที่ควร คงเพราะด้วยสภาวะดังกล่าวด้วยแหละ

ดูซีรี่ย์ไปหลายเรื่องทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี

รวมๆ แล้วสิบเรื่องเลยทีเดียว หากนับเรื่องที่กำลังฉายก็จะกลายเป็น 12 เรื่อง รู้สึกว่าตัวเองจะดูแนวแบบหักเหลี่ยมกันระหว่างสองหรือมากกว่าฝั่ง กับสืบสวนมากเป็นพิเศษ

กีฬาสี แบบงง ๆ ง่วง ๆ

กีฬาสีแม่งเหมือนเป็นอีเวนต์ประจำปีที่ทำให้โรงเรียนวุ่นวายมาก ๆ ซึ่งเราที่อยู่ม.5 ก็ต้องทำกีฬาสี ก็ทำอะไรที่ทำได้ไป แบกของแบกน้ำ ติดต่อ ตัดต่อ ฯลฯ คิดว่าตัวเองไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ถ้าพูดตรง ๆ ก็เหนื่อยอยู่อะ และโดยปกติคนก็จะบอกว่า "แต่ก็สนุกดี" แต่กูไม่ เพราะกูไม่สนุก กูจะกลับบ้านนอน 555

Making more and more money

:)

2018: ยุ่ง / เตรียมตัว / หาตัง

มาถึงช่วง New Year Resolution ที่นึกก่อนเขียนห้านาที และลืมภายในห้านาที

More Quantity (of works), More Rewards, More Tiredness / More Quality, More Rewards, Less Tiredness

ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำอะไร แต่รู้สึกว่าต้องจัดการกับเรื่องงานที่ทำสะเปะสะปะไปให้ดีขึ้น เพื่อประสิทธิภาพที่ดี และความเหนื่อยที่น้อยลง จะได้มีเวลาทำอย่างอื่นด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำอะไรเพิ่มดี

More and more books, as usual

คิดว่าคงเป็นความตั้งใจในทุกปี รู้สึกว่า Input ปีนี้น้อยกว่าปีก่อน ส่งผลให้ Output มีออกมาน้อย และเค้นออกมายากขึ้น อ่าน อ่าน และอ่าน

Complete Minna no Nihongo 2-4

เพื่ออนาคตที่ดีของตัวเอง

IELTS 8.0

Just to have my mind masturbated .

New Laptop

Thinkpad T420 เครื่องนี้ทนมาก ใช้ตั้งแต่เล่นเน็ต ดูหนัง พิมพ์รายงาน ทำงานส่งลูกค้า มาตลอดไม่เคยงอแง เก็บใส่กระเป๋าอย่างรุนแรงก็ไม่พัง ทนไม้ทนมือจนคิดว่ามันใกล้ถึงเวลาปลดประจำการซักที (จริง ๆ แล้วเพราะมึงหนักเหลือเกินหลังจะพัง)

In summary,

F*ck 2017, and welcome 2018.

ขอให้ทุกคนมีความสุข .

Share this: